pik 的个人资料♫~♬ PiccZi ♫~♬照片日志列表 工具 帮助

♫~♬ PiccZi ♫~♬

❀~><I hear and i forget I see and i remember I do and i understand ^^~❀
第 1 张,共 45 张
更多相册 (56)

... pik

职业
尚未添加列表。
2月3日

~เริ่มใหม่ได้มั้ย~

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

เริ่มใหม่ได้ไหม ฉันอยากจะย้อนเวลาได้ไหม

ถอยหลังให้คืนและวันกลับไปวันนั้นแล้วเริ่มต้นใหม่

อยากกลับไปตอนที่เรายังไม่เจอกัน เปลี่ยนใหม่ได้ไหม

เรื่องราวมากมายของเทอกับฉัน

ความหลังที่ประทับใจเคยมีความหมายเท่าไหร่ก็ตาม

ฉันอยากจะลืม ลืมให้หมดเลยได้รึป่าว

เพราะเรื่องจริงที่มีวันนี้คือวันสุดท้าย

เพราะเทอจะจากฉันไป

เพราะว่าเทอจะทิ้งไป ใช่ไหม

แต่ฉันยังคงรับไม่ได้

เริ่มใหม่ได้ไหม เปลี่ยนใหม่ให้เราไม่เคยรักกัน

ให้มันเป็นเพียงความฝัน เมื่อลืมตาตื่นมาก็หายจาง

ให้ลืมเลือนไปจากใจเหมือนไม่เคยเกิด

เริ่มใหม่ได้ไหม เพราะตัวฉันเองเพิ่งเข้าใจ

ถ้าในตอนสุดท้าย แล้วเรารักกันไม่ได้

สู้ให้เราไม่เคยพบกันคงดีกว่า ให้เราไม่เคยรักกันคงดีกว่า

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

10月27日

~In My MeMoRy~

บันทึกความทรงจำ.... เมื่อวันที่ 24 มีเวลาไปทะเลมา ที่พัทยา หน่ะ เราไปเกาะล้าน ทะเลที่นั่นสวยมาก เหมือนกับที่เราดูในเนทแหละ และก็ไปพักที่เกาะ คืนนึง เวลาที่อยู่ที่นั่น อย่างกะหยุดเวลาเอาไว้เลยแหละ

ไม่อยากให้ผ่านไปเลย เราไปถึงที่นู้นช่วงบ่าย เรือเทียบท่าพร้อมกับเสียง วู๊ดๆ ไปกินข้าวตอนเยนริมหาดและเดินเลาะชายหาดนิดหน่อย พอให้ทรายติดเท้า ตกดึกเราก็กลับที่พัก ที่พักเราอยู่ในหมู่บ้านของชาวเล หน่ะ

มีเสียงเรือดัง วู๊ดๆ เพราะใกล้ท่าเรือ ส่วนห้องพักหันหน้าออกทะเล ไม่ช่ายสิ อยู่บนทะเลเลยล่ะ ดึกๆเราก็มานั่ง

กินอะไรนิดๆหน่อยๆที่โต๊ะอาหารที่จัดทำแบบเรียบๆของรีสอร์ท ฟังเพลงไปด้วย บรรยากาศสบายๆหน่ะ

มีแสงเทียนเล็กๆอยู่บนโต๊ะพอให้เรามองเหนกะหนังสือเล่มโปรดเล่มนึง ลมทะเลพัดเย็นดี คิดดูสิว่าช่วงค่ำๆ อากาศจะดีแค่ไหน นั่งซักพัก เราก็กลับมานั่งที่ระเบียงนั่งเล่นของห้องหน่ะ เปนระเบียงยื่นออกไปบนทะเล มีโซฟาสีขาวเหลือง กะโต๊ะไม้เล็กๆพอให้เราวางขาได้ นั่งร้องเพลงเรื่อยๆและก็เข้านอน ที่นอนมีมุ้งสไตล์ยุโรปสีขาวสวยกางไว้ทำให้รู้สึกอบอุ่นและเปนส่วนตัว ตื่นเช้ามา แดดอ่อนๆส่องเข้ามาตงหน้าต่างบานใหญ่ที่มีโซฟาตัวยาว วางข้างๆ เรานอนเล่นบนเบาะโซฟานุ่มๆ มันเปนเบาะที่นุ่มมากๆ เราชอบมันจัง นอนเล่นไปซักพัก ก็ดีดตัวขึ้นเพื่อออกไปกินอาหารเช้า และก็ไปเดินเล่นบนชายหาดก่อนเช็คเอ้า ออกจากที่พักและนั่งเรือกลับในตอนบ่าย เสียงเรือ ดังอีกครั้งบอกให้เรารู้ว่าใกล้ถึงเวลาเรือออกแล้ว เรือเริ่มแล่นออกจากเกาะเรื่อยๆ ไปจนถึงฝั่งท่าเรือพัทยา และเราก็

เดินทางกลับถึงกรุงเทพ บันทึกการเดินทางครั้งนี้ มันอาจไม่มีอะไรมากมาย เราน่าจะเรียกมันว่าการพักผ่อนมากกว่าการมาเที่ยวซินะ เปนช่วงเวลาที่เรามีความสุขมากที่สุด เวลาที่เราได้ใช้ชีวิตเอง อยู่กับตัวเองจิงๆ

เห้ออ..น่าเสียดายที่มันเร็วไปหน่อย อยากมีช่วงเวลาดีดีแบบนี้อีกจัง ขอบคุน ที่ทำให้มีช่วงเวลาดีดีแบบนี้

ขอบคุนทะเล ที่สวยจนอยากกลับมาอีก ไว้เราคงได้ไปกันอีก ^^ 

7月18日

~วิ่งตามไคมันช่างเหนื่อยจิงๆเนาะ~

                 

สมัยตอนเป็นเด็ก จำได้ว่าในวิชาพละศึกษา คุณครูสั่งให้เราวิ่งรอบสนามกันคนละ 10
รอบ เพื่อจับเวลาของแต่ละคน แถมยังมีรางวัลมาล่อใจอีกด้วยว่า
ใครเข้าเส้นชัยได้คนแรกจะมีคะแนนพิเศษเพิ่มให้

พอเริ่มออกสตาร์ท ฉันก็สังเกตเห็นเพื่อนหลายคน
พยายามจะเบียดตัวเองขึ้นมาอยู่แถวหน้าสุด
เพื่อที่จะได้เปรียบคนอื่นในช่วงออกตัว แล้วพอครูบอกว่าวิ่งได้เท่านั้นแหละ
เพื่อนหลายคนของฉันก็วิ่งปรู๊ดออกไปแบบไม่คิดชีวิต

ส่วนฉัน - โน่น วิ่งอยู่หลังสุด

ไม่ได้ช้าเพราะเหนื่อย หรือเพราะวิ่งไม่เก่ง
แต่ฉันกำลังรู้สึกสนุกสนานกับการวิ่งจับเวลาซะเหลือเกิน เพราะฉันวิ่งไป- คุยไป
กับเพื่อนซี้รู้ใจแบบไม่สนเวลา

ฉันสนใจความสนุกสนานระหว่างการวิ่งมากกว่า

บางทีเห็นคนข้างหน้าที่วิ่งนำมาหลายรอบกำลังชะลอความเร็ว เพราะเหนื่อยหอบ
ก็อดที่จะขอวิ่งแซงหน้าบ้างไม่ได้ หรือบางทีหันไปเห็นเพื่อนที่วิ่งรั้งท้ายตลอด
ก็จะพยายามวิ่งให้ช้าลง รอให้เขาวิ่งทันจะได้คุยไปด้วยกันหลายๆ คน….สนุกดี


หรือบางทีรู้สึกไม่อยากแซงคนข้างหน้าขึ้นมาเฉยๆ เพราะว่าวิ่งตามหลังเขา
จะได้แอบนินทาเขาได้ สนุกไปอีกแบบ
จะทำลายสถิติไหม ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าวิ่งช้าๆ มันไม่เหนื่อยเร็ว
และขอแค่วิ่งให้ถึงเส้นชัยก็พอ
………………………………….
คงคล้ายๆ กับความรักกระมัง

ทุกคนมีเส้นชัยของตัวเอง มีสถิติที่ตัวเองพอใจ แต่คนที่เข้าเส้นชัยก่อน
ใช่ว่าจะคว้าความรักที่ดีได้ก่อนเสมอไป และสถิติที่ดี
ก็ไม่ได้การันตีว่าความรักจะสมบูรณ์แบบ

ในขณะที่สังคมทุกวันนี้ปลูกฝังให้เราวิ่งแซงคนอื่น ๆ เสมอ
อย่าพยายามให้ใครแซงหน้า เพราะนั่นย่อมหมายถึง การพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไป

แต่สังคมของความรักสอนให้คนรู้จักผ่อนจังหวะก้าวให้ช้าลง แต่หนักแน่นขึ้น

โลกภายนอกบอกให้เรารู้ว่า อย่าวิ่งตามใครถ้าไม่แน่ใจว่าจะตามเขาได้ทัน
เพราะมันเสียแรงเปล่า และโง่เหลือเกิน

แต่โลกของความรัก ใครอีกหลายคนสมัครใจที่จะเป็นคนโง่
เพื่อวิ่งตามคนที่ตัวเองรักให้ทัน ทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่มีวันนั้น
………………………………
เพื่อนรักคนหนึ่งของฉัน มีเส้นชัยในหัวใจของเธอเอง

คนรักของเธอเป็นนักวิ่งฝีเท้าดี เพราะตั้งแต่อยู่กันมา เขาออกวิ่งก่อนเธอเสมอ
ไม่เคยบอกล่วงหน้า และไม่เคยชะลอความเร็วลงเลย
แต่ความเร็วของเขาก็ไม่มากไปกว่าความรักที่เธอมี

ความรักทำให้เธอวิ่งเร็วขึ้น ใกล้เขามากขึ้น
และไม่ยอมปล่อยให้เขาทิ้งระยะจนคลาดสายตาเธอ

แต่เมื่อเกือบที่จะถึงตัวเขา
เธอก็จะเลือกที่จะวิ่งให้ช้าลงราวกับว่าจะวิ่งเหยาะๆ ตามเขาไปเรื่อยๆ

เธอแซงหน้าเขาได้ – แต่เธอไม่ทำ แม้แต่จะวิ่งให้ทันเขาในแนวเดียวกัน เธอก็ทำได้
– แต่เธอไม่ทำ

เหตุผลที่ฟังดูเหมือนง่ายของเธอทำเอาใจฉันนิ่งงัน

“ ถ้าวิ่งให้ทันเขา หรือแซงหน้าเขาไป ฉันก็คงมองไม่เห็นเขาในชีวิตอีก
แต่ถ้าฉันวิ่งตามเขาห่างๆ แบบนี้ เท่ากับว่าฉันยังได้เห็นความเป็นไปของเขา
ยังมีเขาอยู่ในสายตา – ในชีวิต แม้ว่าเขาจะไม่เคยหันหลังกลับมา
แล้ววิ่งให้ช้าลงเลยก็ตาม”

“ แล้วทำไมไม่เข้าใกล้เขากว่านี้ ทำไมต้องเว้นระยะห่างแบบนี้ด้วย
เธอเป็นคนรักของเขานะ”

คำถามของฉันทำให้แววตาของเพื่อนรักปรากฏรอยเศร้า … แต่ปากยิ้ม

“ ฉันกลัวเขารู้ตัว แล้ววิ่งหนีฉันไปไกลยิ่งกว่านี้
ถึงวันนั้นฉันอาจเหนื่อยจนหมดแรงที่จะวิ่งตามอีกต่อไปแล้ว…ห่างแบบนี้ดีกว่า
ฉันได้เห็นเขา มันอุ่นใจ หรือถ้าวันหนึ่งเขาล้มลง…
ฉันจะได้วิ่งเข้าไปช่วยพยุงได้ทัน และถ้ามันจะทำให้เขาเห็นความจริงใจของฉัน
เขาอาจจะชวนฉันวิ่งไปพร้อมกันอีกครั้ง – ถ้าเขาหายดีแล้ว”

ความรักทำให้คนมีความหวังอยู่เสมอ

ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้คนบางคนดูโง่งมงายเสียเต็มประดา

ถ้าเพื่อนเลือกที่จะวิ่งออกนอกเส้นทาง
แล้วไปตั้งต้นใหม่กับใครสักคนที่เขาพร้อมจะวิ่งไปกับเพื่อน
ป่านนี้..เพื่อนของฉันคงเข้าเส้นชัยไปนานแล้ว

แต่เพื่อนยังคงเต็มใจที่จะวิ่งตามเขาไปเรื่อยๆ

แม้ว่าบางที – อาจจะไม่มีวันนั้น .. วันที่เพื่อนเข้าเส้นชัยแห่งความรัก

เพราะบางที…..

“ เส้นชัย” อาจไม่มีความหมาย ต่อคนบางคนหากว่าเขาเข้าเส้นชัย
แต่ได้ทำหัวใจหล่นหายไประหว่างทาง

เมื่อความสุขคือ… การโง่ที่จะรักและวิ่งตาม ในสังคมของความรัก…
ฉันจึงมองเห็นคนที่วิ่งช้า และปรารถนาจะเป็นผู้ตามด้วยความเต็มใจอยู่เสมอ

ความรัก ไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต ….
แต่ความรักเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุด